ตะลุยกินเที่ยว ใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์ รอบพฤกษาวิลล์ เชียงใหม่-ม.พายัพ

ตะลุยกินเที่ยว ใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์ รอบพฤกษาวิลล์ เชียงใหม่-ม.พายัพ

12 กันยายน 2018

เคยอยากลองเปลี่ยนจากการไปเดินห้างที่คนเยอะๆ หลบหนีจากความวุ่นวายในเมือง มาอยู่อาศัยในย่านที่ใกล้ชิดธรรมชาติ เงียบสงบ และไม่วุ่นวายดูบ้างไหมคะ ยิ่งถ้าได้ใช้ชีวิตในวันหยุดตามวิถีสโลว์ไลฟ์แบบที่อยู่ใกล้บ้านไม่ต้องไปไหนไกลมันจะดีแค่ไหน วันนี้ฝ้ายชลได้รับมอบหมายให้พาทุกคนมาเที่ยวรอบๆ โครงการพฤกษาวิลล์ เชียงใหม่-ม.พายัพ ที่หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่าย่านนี้มีเสน่ห์หลายอย่างซ่อนอยู่ ฝ้ายขอรับประกันเลยว่า ย่านรอบ ม.พายัพนี้จะไม่ทำให้คุณผิดหวังอย่างแน่นอน แล้วถ้าเลือกอยู่อาศัยในโครงการนี้ จะสามารถไปเที่ยวที่ไหนได้บ้างในหนึ่งวันในวันหยุดแบบนี้ ฝ้ายว่าเราลองไปดูพร้อมกันเลยดีกว่า รับรอบว่าต้องถูกใจแน่ค่าา

พฤกษาวิลล์ 115 เชียงใหม่ - ม.พายัพ

สำหรับคนที่สนใจโครงการ พฤกษาวิลล์ เชียงใหม่-ม.พายัพ โครงการมีให้เลือกทั้งทาวน์โฮมและบ้านแฝดให้คุณได้เลือกตามไลฟ์สไตล์ที่ต้องการอีกด้วย ที่ฝ้ายชอบคือการตกแต่งบ้านและคลับเฮาส์ที่มีกลิ่นอายความเป็นล้านนา แถมยังล้อมรอบไปด้วยธรรมชาติ ฝ้ายว่าถ้าใครชอบทริปนี้ ก็น่าจะชอบโครงการนี้ด้วยนะ เพราะมันให้บรรยากาศที่คล้ายกันเลย ถ้าใครสนใจรายละเอียดโครงการลองกดเข้าไปดูได้ที่ลิงก์นี้ได้ค่ะ

ลงทะเบียนเยี่ยมชมโครงการพฤกษาวิลล์ 115 เชียงใหม่-ม.พายัพ

เราเริ่มต้นเดินทางจากโครงการ พฤกษาวิลล์ เชียงใหม่-ม.พายัพ กันในช่วงเช้าตั้งแต่ 9 โมง ที่ตั้งโครงการอยู่บนถนนวงแหวนรอบกลาง ทางเข้าโครงการใกล้กับโครงการ KK Central Park ห่างจากแยกบวกครกศิวิไลประมาณ 1 กิโลเมตร ฝ้ายใช้เวลาเพียง 2 นาทีเราก็มาถึงถนนสันกำแพงสายเก่า ถนนสายวัฒนธรรมที่มีร้านสินค้าหัตถกรรมมากมาย และสองฝั่งข้างทางยังมีต้นไม้ปลูกไว้ตลอดทั้งสาย เหมือนได้หลุดออกจากบรรยากาศเมืองใหญ่มาเป็นเมืองชนบทเล็กๆ ที่ยังคงมีธรรมชาติสมบูรณ์อยู่

พามาเที่ยวกันที่ตลาดฉำฉา

จุดหมายแรกที่ฝ้ายอยากพามาก็คือ "ตลาดฉำฉา" ตลาดเล็กๆ ที่จัดร้านอยู่ใต้ต้นฉำฉาต้นใหญ่ ยิ่งถ้าได้มาในวันที่อากาศดีๆ มีแดดยามเช้าส่องลงมา ได้ทานอาหารเช้าอร่อยๆ สักมื้อ แถมซื้ออะไรติดไม้ติดมือกลับบ้านนิดหน่อย ก็คงเป็นอะไรที่ดีไม่น้อยจริงไหมคะ

ที่นี่มีร้านน่ารักๆ ขายของทำมือเก๋ๆ มาเปิดให้เลือกซื้อหาของแบบละลานตาเลยทีเดียว ใครที่ชอบซื้อเสื้อผ้ามีดีไซน์ที่นี่ก็มีพวกผ้ามัดย้อมลายสวยๆ ให้เลือก ไหนจะเครื่องประดับ ของตกแต่งบ้าน ของเล่นกระจุกกระจิกก็มีให้เลือกมากมาย เรียกว่าขาช็อปอย่างฝ้ายอดใจไม่ไหว ต้องเดินหาซื้อเสื้อผ้าสักชุดกลับไปใส่เลยล่ะค่ะ หรือใครเลือกซื้อต้นไม้กลับไปปลูกที่บ้านก็เป็นไอเดียที่ดี แต่สิ่งที่น่าประทับใจคงเป็นความเป็นมิตรของบรรดาพ่อค้าแม้ค้าที่อู้คำเมืองกัน ฟังแล้วก็ดูน่ารักดีนะคะ

ตลาดฉำฉามีเสื้อผ้าและสินค้าทำมือมากมาย

ส่วนใครยังไม่ได้ทานข้าวมา ที่ตลาดฉำฉาก็มีร้านอาหารเล็กๆ มาเปิดให้เลือกกันหลายอย่าง ตั้งแต่อาหารเมืองแต๊ๆ อย่าง ไข่ป่าม หมี่ยำ ลูกชิ้นปิ้ง และ ผัดไท อาหารเพื่อสุขภาพอย่าง สลัดผัก น้ำผลไม้ปั่น น้ำสมุนไพร ขนมเบาๆ อย่าง ขนมเค้ก บราวนี่ หรืออาหารหนักท้องอย่างพิซซ่าก็มีร้าน Bus Pizza ที่เด่นสะดุดตาด้วยการนำรถทัวร์มาจอดไว้เป็นแลนมาร์ค ให้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาได้แวะถ่ายรูปเล่นกัน นอกจากนี้บางช่วงยังมีดนตรีสดให้ฟังอีก เป็นสวรรค์ย่อมๆ ที่ฝ้ายอยากให้ทุกคนลองมาสักครั้ง

ตลาดฉำฉาเปิดเฉพาะวันเสาร์

ตลาดฉำฉามีเฉพาะวันเสาร์ เปิดตั้งแต่เก้าโมงเช้าถึงช่วงบ่ายสอง ใครที่จะมาแนะนำให้ติดตามกิจกรรมของตลาดฉำฉาได้ใน Facebook นะคะ มีอัพเดตแจ้งให้ทราบว่าตลาดจะเปิดวันเสาร์ที่เท่าไรบ้าง ไม่งั้นมาไม่เจอตลาดไม่รู้ด้วยนะ ส่วนการเดินทางอาจจะซับซ้อนนิดนึงเพราะตลาดอยู่ในซอยห่างจากถนนใหญ่ ถ้าจากถนนสันกำแพงสายเก่าก็ให้เข้าซอยมาตรงข้างบ้านศิลาดล จะมีป้ายบอกทางหน้าปากซอย แต่ฝ้ายคิดว่าเปิด Google Map มาน่าจะง่ายที่สุดค่ะ

เดินช็อปปิ้งมาตั้งแต่เช้า จนใกล้จะเที่ยงแล้ว พักเหนื่อยกันสักหน่อยกับร้านอาหาร "มีนา" ที่ได้ยินคนกรุงเทพพูดถึงกันบ่อยๆ แต่ฝ้ายเองก็เพิ่งจะเคยมาเนี่ยแหละ อยู่ใกล้กับตลาดฉำฉาเลย บรรยากาศแรกเมื่อเข้ามามาที่นี่ ฝ้ายรู้สึกไปบ้านสวนต่างจังหวัดที่รายล้อมไปด้วยต้นไม้ใหญ่ มีเสียงนกร้องและลมเย็นๆ พัดมา ระหว่างทางเดินเข้าไปในร้านยังมีร้านค้าสินค้าทำมือและร้านเครื่องดื่มให้บริการด้วย

ฝ้ายพามาเที่ยวต่อที่ร้านอาหาร มีนา

เมื่อมาถึงตัวร้านอาหาร ต้องบอกเลยว่าการออกแบบร้านนี้จะทำให้คุณหลงรักกลิ่นอายแบบสไตล์ล้านนาขึ้นมาเลย เพราะมีการเอายุ้งข้าวมาใช้เป็นกิมมิกในการเล่าเรื่องของร้าน เหมือนกับที่เขาเขียนไว้ในร้านว่า "เพราะมีนาจึงมีข้าว" มีข้าวก็เลยต้องมียุ้งข้าว แถมยังได้นั่งทานข้าวโดยมีน้ำล้อมรอบ ให้ความรู้สึกสดชื่นและเย็นสบายมากจริงๆ

เอาล่ะ หิวแล้วไม่ต้องคิดเยอะ ฝ้ายขอลองเมนูซิกเนเจอร์ของร้านซึ่งใช้ข้าวมาเป็นจุดขายอย่าง “ข้าวธงชาติ” ที่นำข้าว 5 สีมาใช้ปั้นเป็นก้อน โดยข้าว 5 สีจะมี ข้าวไรซ์เบอร์รี่ ข้าวดอกคำฝอย ข้าวหอมมะลิ ข้าวกล้องแดง และข้าวอัญชัน หรือจะลองเป็นเมนูข้าวอื่นๆ ก็สามารถเลือกข้าวแบบมิกซ์แอนด์แมทช์ตามใจชอบได้เลยค่ะ แต่ถ้าไม่รู้จะเลือกยังไงก็เอามาครบทุกสีแบบฝ้ายก็ได้นะคะ ฝ้ายสั่งข้าวมาทานคู่กับปลาทอดยำตะไคร้ และกุ้งข้าวทอด ส่วนพวกเครื่องดื่มลองพวกน้ำสมุนไพรก็ดูจะเข้ากับบรรยากาศดี ฝ้ายลองสั่งน้ำสมุนไพรไรซ์เบอร์รี่มาดื่มก็รสชาติดีไม่ใช่เล่นเลย สั่งอาหารและเครื่องดื่มมาแล้ว อย่าลืมถ่ายรูปเก็บไว้โพสต์ลงโซเซียลด้วยนะ เพราะเขาจัดหน้าตาอาหารและเครื่องดื่มมาสวยแบบที่ไม่กล้าทานกันเลยทีเดียว

ข้าว 5 สี และ อาหารเพื่อสุขภาพ พร้อมน้ำสมุนไพร

ช่วงบ่ายๆ หลังจากที่หนังท้องตึงก็เริ่มจะง่วง จะให้ฝ้ายหาอะไรทานอีกก็คงไม่ไหวแล้ว งั้นลองแวะเข้ามาใน “มหาวิทยาลัยพายัพ” กะว่าจะลองหามุมเงียบๆ ไว้นั่งอ่านหนังสือที่หยิบติดตัวมา ที่นี่ก็มีมุมพักผ่อนเตรียมไว้ให้คนนอกที่ไม่ใช่นักศึกษาก็มาใช้บริการได้เช่นเดียวกัน ซึ่งถ้าไม่รู้จะเริ่มที่ไหนก็ลองใช้บริการห้องสมุดพายัพดูก็ได้ค่ะ ใต้ตึกก็มีโต๊ะพร้อมปลั๊กไว้ให้หยิบโน้ตบุ๊คมานั่งทำงานชิลๆ เย็นๆ เดินทะลุใต้ถุนตึกมาด้านหลังก็มีสวนสาธารณะริมน้ำบรรยากาศดี ลองหาโต๊ะนั่งใต้ต้นไม้นั่งอ่านหนังสือหรือจะแอบงีบก็ไม่มีใครว่านะ หรือจะลองเดินเล่นรอบๆ มหาวิทยาลัยลัดเลาะผ่านตึกเรียนต่างๆ ที่นี่ก็มีมุมสวยๆ ให้ถ่ายรูปเล่นเยอะอยู่นะคะ รับรองว่าจะทำให้คุณคิดถึงตอนเป็นนักศึกษาขึ้นมาเลย (พูดถึงอดีตขึ้นมาแล้วรู้สึกแอบแก่ขึ้นมาเลยค่ะ 555+)

มหาวิทยาลัยพายัพที่อยากให้ทุกคนลองมาเที่ยวชม

ไหนๆ ก็มาเที่ยวมอพายัพกันแล้ว ขอแว่บออกนอกแผนไปแนะนำร้านอาหารอร่อยๆ ที่ฝ้ายเคยพาครอบครัวมาทานกันดีกว่า (แต่ฝ้ายคงทานตอนนี้ไม่ไหวนะ ยังบ่ายๆ อยู่เลย) ก็ถ้าขับรถมาแถวด้านหลังห้องสมุดพายัพจะมีประตูที่สามารถทะลุออกไปยังถนนวงแหวนรอบกลางได้ เป็นโครงการ V Community คอมมูนิตี้มอลล์ที่มีอาคารพักอาศัย อาคารพาณิชย์ ร้านอาหาร และร้านกาแฟหลายร้าน

โดยร้านที่อยากแนะนำกันคือร้าน "ลำดีตี๋ขัวแดง" ร้านอาหารเหนือที่มีเมนูให้เลือกมากมาย ตั้งแต่พวกน้ำพริกหนุ่ม ลาบหมู ออเดิร์ฟเมือง เมี่ยงคำ คั่วแคฮังเล จิ้นหมูทอด พิเศษที่ร้านมีผักฟรีให้บริการแบบไม่อั้น ภายในร้านก็ตกแต่งสไตล์ล้านนาได้อย่างสวยงาม หรือจะเลือกนั่งระเบียงภายนอก มองวิวทะเลสาบและสวนก็เป็นบรรยากาศที่ดี ภายนอกร้านยังมี ขัวแดง (ขัวแปลว่าสะพานในภาษาเหนือ) เป็นมุมให้ได้ถ่ายรูปเล่นกันอีก ถ้าได้มากลางคืนบอกเลยว่าไฟสวยมากค่ะ

ร้านอาหารเหนือ ลำดีตี๋ขัวแดง ที่อยากให้ลองมาทาน

หลังจากที่ตระเวนรอบมอพายัพจนแดดเริ่มจะหมด ก็คงจะได้เวลากลับกันแล้ว ช่วงเย็นๆ นี่เป็นอีกช่วงหนึ่งที่ในมอและรอบๆ มอจะคึกคักเป็นพิเศษ เพราะจะมีนักศึกษาออกมาหาอะไรทานกัน แต่สำหรับฝ้ายยังไม่ค่อยหิวเท่าไรค่ะ อาจเพราะตอนเที่ยงทานเยอะไปหน่อย แต่พอขับรถผ่านบริเวณประตูฝั่งที่จะไป Chiang Mai Business Park ก็อดไม่ได้ที่จะแวะจอดซื้อของกิน แถวนี้ก็มีทั้งร้านอาหารตามสั่ง ไก่ย่างส้มตำ ลูกชิ้นทอด กาแฟสด และเซเว่น อีเลฟเว่น อ้อ! นึกออกแล้ว... สิ่งพลาดไม่ได้เลยของที่นี่คือขนมปังปิ้งยัดไส้เจ้าดังที่อร่อยมากๆ ผ่านมาทีไรต้องแวะ สุดท้ายก็มีของกินติดมือกลับบ้านอีกจนได้ แหม... นานๆ ได้กินที ค่อยลดทีหลังแล้วกันนะ (มั้ง?)

กาดนัดตรงประตูพายัพมีของทานเล่นหลากหลาย

ขากลับฝ้ายขับกลับมาทางห้างบิ๊กซี นี่ถ้าได้มาช่วงวันพฤหัส ศุกร์ เสาร์ ในช่วงเย็นๆ จะมี "กาดนัดหลังบิ๊กซี" มาเปิดตรงที่จอดรถหลังห้าง แน่นอนว่าของกินเพียบอีกแล้ว ส่วนของที่ขายจะเป็นสินค้าโรงงานทั่วไปหรืออาจจะเป็นพวกเสื้อผ้ามือหนึ่งมือสอง ซึ่งราคาก็จะถูกจริงๆ (เรียกว่าคนละเรื่องกับตลาดฉำฉาที่ฝ้ายไปมาเมื่อตอนเช้าเลย) ถ้าใครยังไม่อยากรีบกลับก็อยู่รอถึงเย็นๆ ค่ำๆ แล้วเดินเที่ยวอีกรอบก่อนก็ได้นะคะ

กาดนัดหลังบิ๊กซีที่มีอาหารและสินค้ามาขายเฉพาะศุกร์เสาร์อาทิตย์

วันนึงที่ผ่านไปเร็วมากจริงๆ เราก็กินและเที่ยวย่านรอบ ม.พายัพจนเต็มอิ่มแล้ว จากที่ฝ้ายไม่ค่อยได้มาเที่ยวย่านนี้เท่าไร พอได้ลองมาใช้ชีวิตจริงๆ ก็พบว่าเป็นย่านที่น่าอยู่เลยล่ะ โดยเฉพาะสำหรับคนที่ชอบอยู่กับธรรมชาติ แถมไม่ว่าจะไปเที่ยวที่ไหน ทั้งคนในพื้นที่อย่างชาวบ้าน หรือนักศึกษาในมหาวิทยาลัยก็ให้การต้อนรับเป็นอย่างดี นี่ยังแอบคิดว่าถ้าได้อยู่ในโครงการพฤกษาวิลล์ เชียงใหม่-ม.พายัพ จริงๆ ก็คงจะดีไม่น้อยเลย วันหยุดจะได้ใช้ชีวิตตามวิถีสโลว์ไลฟ์แบบนี้กันได้ตลอด แต่ตอนนี้คงต้องขอเก็บเงินออมไว้เผื่อได้ซื้อบ้านให้ครอบครัวสักหลังไว้พักผ่อนในอนาคตก่อนนะคะ

12 กันยายน 2018