ราคาที่ดินย่านปากเกร็ด-ราชพฤกษ์พุ่งหลังรายใหญ่ไล่เก็บ

ราคาที่ดินย่านปากเกร็ด-ราชพฤกษ์พุ่งหลังรายใหญ่ไล่เก็บ

20 มกราคม 2017

อสังหาฯรายใหญ่ไล่เก็บที่ดินย่านปากเกร็ด-ราชพฤกษ์ ส่งผลราคาพุ่ง"เอ็นซีฯ"สบช่องซื้อโครงการเก่าปัดฝุ่นขายเพิ่มมูลค่าภายใต้ชื่อ"บ้านฟ้ากรีนเนอรีปากเกร็ด-ราชพฤกษ์" รับที่ดินเริ่มหายาก และราคาแพง 
 
โดยนางชนิศา เวชยาศรมพิทักษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บัวทอง พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า ดินในย่านปากเกร็ด-ราชพฤกษ์ ปัจจุบันมีความเจริญมากขึ้น เพราะมีผู้ประกอบการรายเล็ก-ใหญ่ เข้าไปพัฒนาอย่างต่อเนื่อง  โดยบ้านเดี่ยว ราคาขายต่อยูนิตเริ่มต้นตั้งแต่ 4 ล้านบาทขึ้นไป บ้านแฝด ราคาเกือบ 4 ล้านบาท และทาวน์เฮาส์ ราคาตั้งแต่ 2 ล้านบาทขึ้นไป ในขณะที่ราคาประเมินที่ดินคาดว่าจะอยู่ที่ 3.5-4 ล้านบาทขึ้นไป หรือประมาณ 50,000-70,000 บาท/ตารางวา ต่างจากช่วงปี2540 ที่ราคาที่ดินราคา 10,000-20,000 บาท/ตารางวา ทั้งนี้แล้วแต่ทำเล ผู้ถือครองที่ดินส่วนใหญ่เป็นชาวสวน แต่ปัจจุบันที่ดินได้เปลี่ยนมือเป็นของผู้ประกอบการรายใหญ่มากขึ้น  และมีแนวโน้มที่จะเจริญขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะโครงการสาธารณูปโภคของภาครัฐเข้ามาอำนวยความสะดวกมากขึ้น อาทิ ถนนสายใหม่ๆที่ตัดเชื่อมอีกหลายเส้นทาง รวมไปถึงรถไฟฟ้าสายสีม่วง ที่อยู่ไม่ห่างจากทำเลดังกล่าวมากนัก จึงเป็นอีกหนึ่งทำเลที่น่าจับตามอง
 
รายใหญ่แห่ผุดโครงการโซนใหม่นนทบุรี
ด้านนายสัมมา คีตสิน ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลธนาคารอาคารสงเคราะห์(ธอส.)กล่าวว่าทำเลปากเกร็ด-ราชพฤกษ์ถือเป็นโซนใหม่ที่อยู่ช่วงปลายถนนราชพฤกษ์ ที่สามารถเชื่อมต่อกับถนนสาย345และ346 ที่มีการขยายเลนเพิ่ม รองรับการเจริญเติบโต ปัจจุบันผู้ประกอบการเริ่มเข้าไปพัฒนาโครงการเป็นจำนวนมาก เพราะความเจริญได้กระจายไปโซนด้านเหนือของถนนราชพฤกษ์มากขึ้น เชื่อว่าในอนาคตราคาที่ดินในย่านดังกล่าวจะมีมูลค่าเพิ่มมากขึ้น 
 
ขณะที่นายรังสรรค์ นันทกาวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็น.ซี.เฮ้าส์ซิ่ง จำกัด(มหาชน)หรือNCH เปิดเผยถึงภาพรวมของธุรกิจอสังหาฯในครึ่งปีหลัง2559 ว่า ยังชะลอตัวอยู่จากสภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัว และแนวโน้มจะแย่กว่าในครึ่งปีกแรก ที่มีมาตรการทางภาษีของภาครัฐมาช่วยในด้านยอดขาย แต่ในครึ่งปีหลังสถาบันการเงินจะมีความเข้มงวดมากขึ้น หากโครงการไหนมีความเสี่ยงสถาบันการเงินจะไม่ค่อยผ่านการพิจารณา
[An image]
โครงการ"บ้านฟ้ากรีนเนอรี ปากเกร็ด-ราชพฤกษ์"
 
"ในช่วง 8 เดือนที่ผ่านมาภาพรวมตลาดอสังหาฯค่อนข้างทรงตัว เพราะเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัว ทุกธุรกิจประสบปัญหาในเรื่องกำลังซื้อ บริษัทฯเองก็พยายามลดความเสี่ยงด้านค่าใช้จ่าย งานก่อสร้างต่างๆ รวมไปถึงลดการเปิดตัวโครงการน้อยลง โดยปีนี้การพัฒนายังเป็นไปตามเป้าที่วางไว้ คือ 3 โครงการ รวมมูลค่าประมาณ 3,000 ล้านบาท และยังมีที่ดินเปล่าอีก 3-4 แปลง รอการพัฒนาโครงการแนวราบในเขตปริมณฑล ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาวะเศรษฐกิจแต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้"นายรังสรรค์ กล่าว
 
ซื้อโครงการเก่าปัดฝุ่นใหม่
 
ล่าสุดได้เปิดการขายโครงการ"บ้านฟ้ากรีนเนอรี ปากเกร็ด-ราชพฤกษ์" ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 24 ไร่ พัฒนาเป็นบ้านเดี่ยว ขนาด 52-128 ตารางวา จำนวน 128 ยูนิต ราคาเริ่มต้นที่ 4.2-8.7 ล้านบาทรวมมูลค่าโครงการกว่า 600 ล้านบาท  ปัจจุบันมียอดขายแล้ว 24 ยูนิต รวมมูลค่าประมาณ 78 ล้านบาท คาดว่าจะสามารถปิดการขายภายในปี2560 
 
ทั้งนี้โครงการดังกล่าวNCH ได้ซื้อมาจากสถาบันการเงิน ในราคาที่ถูกกว่าราคาประเมินถึงเกือบ 50% เนื่องจากเดิมเป็น โครงการ"ดิ เอมเมอรัลด์ การ์เด้น คลาสสิค"ที่ผู้ประกอบการเดิมพัฒนาได้เพียง 70 ยูนิต จากทั้งหมดกว่า 200 ยูนิต และไม่สามารถพัฒนาได้ต่อ เมื่อNCH ซื้อที่ดินแปลงดังกล่าวก็นำที่ดินส่วนที่เหลือมาปรับปรุงและพัฒนาใหม่ ทั้งนี้ด้วยประสบการณ์ในการซื้อที่ดินเก่านำมาพัฒนาใหม่ของบริษัทฯ หรือที่ดินที่มีระบบสาธารณูปโภคไม่สะดวก เมื่อเข้ามาพัฒนา ก็สามารถสร้างมูลค่าให้กับโครงการและชุมชนในย่านดังกล่าวได้เป็นอย่างดี โดยบริษัทฯได้ทุ่มงบประมาณ 30 ล้านบาท ในการปรับปรุงระบบสาธารณูปโภค ให้กับลูกค้าเก่าทั้งหมด 
 
"ย่านราชพฤกษ์ หาที่ดินได้ยากมาก เพราะราคาสูง ราคา 12 ล้านบาท/ไร่  จากราคาประเมินที่น่าจะอยู่ที่ประมาณ 12,000-15,000 บาท/ตารางวา เพราะมีการคมนาคมที่สะดวก ประกอบกับที่ผ่านมามีหมู่บ้านจัดสรรพัฒนาขึ้นทุกปี จึงทำให้ราคาที่ดินปรับสูงขึ้นทุกปี ส่วนใหญ่อยู่ในมือของกลุ่มเกษตรกรส่วนหนึ่ง และอีกส่วนถือครองโดยผู้ประกอบการ ที่มาซื้อที่ดินรอรับความเจริญ และไม่ค่อยปล่อยขาย เราจึงไปหาซื้อที่ดินมาจากสถาบันการเงิน จึงได้ที่ดินแปลงนี้มา จากที่ก่อนหน้านี้ผู้ประกอบการหลายรายไม่กล้าซื้อและพัฒนาโครงการ เนื่องจากไม่มั่นใจศักยภาพ แต่ด้วยประสบการณ์ในการซื้อที่ดินเก่านำมาพัฒนาใหม่ของบริษัทฯ หรือที่ดินที่มีระบบสาธารณูปโภคไม่สะดวก เมื่อเข้ามาพัฒนา ก็สามารถสร้างมูลค่าให้กับโครงการและชุมชนในย่านดังกล่าวได้เป็นอย่างดี"นายรังสรรค์ กล่าว
 
อนึ่ง ที่ดินแปลงที่NCH ซื้อมาจากสถาบันการเงิน เดิมชื่อโครงการ  "ดิ เอมเมอรัลด์ การ์เด้น คลาสสิค" ของนายเลิศชัย วงศ์วัฒนันท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสเตทวัน จำกัด ซึ่งถือว่าเป็นผู้ประกอบการรายใหญ่ที่มีชื่อเสียงในช่วงก่อนวิกฤตเศรษฐกิจปี2540  แต่โครงการดังกล่าวได้ขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินที่เป็น 1 ใน 46 แห่งที่ถูกปิดกิจการในช่วงวิกฤติต้มยำกุ้ง ส่งผลให้โครงการดังกล่าวประสบปัญหาและถูกตีโอนทรัพย์ชำระหนี้ให้กับสถาบันการเงินไปในที่สุด
 

ที่มา : prop2morrow

07 กุมภาพันธ์ 2017