สศอ. จัดแผนแม่บทพัฒนา อุตฯ ยานยนต์ไทย 5 ปี ดึงลงทุนอีอีซี

สศอ. จัดแผนแม่บทพัฒนา อุตฯ ยานยนต์ไทย 5 ปี ดึงลงทุนอีอีซี

09 พฤศจิกายน 2018

อีอีซี นอกจากจะเป็นระเบียงเศรษฐกิจใหม่ของไทย ที่รัฐพยามผลักดันให้มีการลงทุนในพื้นที่โดยการโรดโชว์ตามประเทศต่างๆ ดูเหมือนว่าจะประสบผลสำเร็จเป็นอย่างดี เพราะมีนักลงทุนต่างชาติ ให้ความสนใจมาลงทุนใน อีอีซี เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดทางสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เตรียมเสนอแผนแม่บทเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทย เพื่อกำหนดทิศทางและวางจุดยืนทางเทคโนโลยีของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในอนาคต

นายณัฐพล รังสิตพล ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยว่า กระทรวงอุตสาหกรรมจึงได้ร่วมกับสถาบันยานยนต์ จัดทำแผนแม่บทเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ระยะ 5 ปี (พ.ศ.2562-2566) เพื่อนำเสนอหน่วยงานรัฐนำไปใช้ประกอบวางแผนเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ต่อไป คาดว่าแผนดังกล่าวจะแล้วเสร็จภายในไตรมาส 2 ปี 2562 โดยในแผนจะกำหนดทิศทางเทคโนโลยี วางจุดยืนทางเทคโนโลยีของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในอนาคต และวางแนวทางว่าจะทำอย่างไรให้อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยไม่ตกเทรนด์เหมือนกับอุตสาหกรรมโทรทัศน์ ที่ปรับตัวไม่ทันกับเทคโนโลยีจอภาพแบบใหม่ จนทำให้อุตสาหกรรมนี้หายไปจากไทยและไปเติบโตในประเทศเพื่อนบ้าน

นายณัฐพลกล่าวว่า การออกแผนแม่บทรถยนต์เป็นโอกาสที่ดีในการดึงดูดเทคโนโลยีอุตสาหกรรมยานยนต์แห่งอนาคตเข้ามาในไทย เนื่องจากนโยบายส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) มีมาตรการดึงดูดในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าสูงมาก รวมทั้งยังมีศูนย์ทดสอบยานยนต์และยางล้อแห่งชาติ ที่พร้อมเปิดให้บริการครบวงจรในปี 2564 ซึ่งจะส่งเสริมให้เกิดการวิจัยพัฒนาผลิตชิ้นส่วน และรถยนต์ใหม่ๆ และลดต้นทุนการผลิตนวัตกรรมใหม่ๆ ได้อีกมาก 

อุตสาหกรรมยานยนต์ เป็นอุตสาหกรรมที่สำคัญของประเทศไทยส่งผลต่อจีดีพีของประเทศถึง 5% ดังนั้นจึงต้องพัฒนาอุตสาหกรรมนี้อย่างต่อเนื่อง รองรับการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะในปัจจุบันที่เศรษฐกิจโลกมีความผันผวนมาก โดยในปีนี้เศรษฐกิจยุโรปลดลงไปถึง 10% เศรษฐกิจจีนชะลอตัวอย่างต่อเนื่อง จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องรักษาเสถียรภาพของอุตสาหกรรมหลักของไทยในภาวะที่เศรษฐกิจโลกไม่มั่นคง

นอกจากนี้ผลจากการค้าโลกมีการแข่งขันกันอย่างรุนแรง แต่ละประเทศต่างออกมาตรการปกป้องอุตสาหกรรมภายในประเทศ โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน ต่างออกมาปกป้องอุตสาหกรรมรถยนต์ภายในประเทศ อาทิ ประเทศเวียดนามออกมาตรการกีดกันการนำเข้ารถยนต์จากไทย โดยใน 9 เดือนของปี 2561 ยอดส่งออกรถยนต์ไปเวียดนามลดลงถึง 27% เมื่อเทียบกับปีก่อน เพราะมีนโยบายตั้งแผนแม่บทรถยนต์แห่งชาติเช่นกัน และดึงดูดค่ายรถยนต์ต่างๆ ให้เข้าไปลงทุนผลิตภายในประเทศ ขณะที่ประเทศมาเลเซียก็เริ่มจะนำมาตรการกำหนดโควตาการนำเข้ารถยนต์จากอาเซียน

“มาตรการกีดกันการค้าไม่เพียงแต่จะเป็นอุตสาหกรรมรถยนต์ ล่าสุดประเทศตุรกี ก็ออกมาตรการกีดกันเครื่องปรับอากาศจากไทย เพื่อดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมนี้เข้าประเทศ เพื่อเป็นฐานการส่งออกเครื่องปรับอากาศไปยุโรป ซึ่งมาตรการปกป้องเหล่านี้จะถูกนำมาใช้มากขึ้นเรื่อยๆ” นายณัฐพลกล่าว

นับว่าเป็นยุคที่การแข่งขันทางเศรษฐกิจเข้มข้นอย่างมาก ด้วยเศรษฐกิจโลกที่ถดถอยลงไป ทำให้หลายๆ ประเทศต่างต้องออกมาตรการป้องกันอุตสาหกรรมภายในประเทศ เพื่อสร้างให้ประเทศตัวเองมั่นคงและอยู่รอดเพื่อผ่านภาวะเศรษฐกิจโลกที่อ่อนแอนี้ไปให้ได้ คงต้องตามติดสถานการณ์เศรษฐกิจโลกกันแบบใกล้ชิดเลยทีเดียว

ที่มา...matichon

Baania มี Line แล้วนะ
ติดตามเรื่องราวอสังหาริมทรัพย์แบบอินเทรนด์ ได้ทุกวันผ่าน Line ID @baania

09 พฤศจิกายน 2018