‘ลลิล’ปักธงอสังหาฯตะวันออกรับดีมานด์อีอีซี

‘ลลิล’ปักธงอสังหาฯตะวันออกรับดีมานด์อีอีซี

25 ตุลาคม 2017

การลงทุนแนวระเบียงเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ของภาครัฐ

ประกอบด้วย โครงการรถไฟความเร็วสูง “ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-พัทยา-อู่ตะเภา-ระยอง” โครงการทางคู่ในเส้นทางรถไฟสายชายฝั่งทะเลตะวันออกฉะเชิงเทรา-ศรีราชา-แหลมฉบัง รวมถึงท่าอากาศยานนานาชาติ หรือ “สนามบินนานาชาติ อู่ตะเภา” โครงการพื้นที่ต่อขยายท่าเรือแหลมฉบังและโครงการมอเตอร์เวย์ใหม่สาย “พัทยา-มาบตาพุด” ที่พาดผ่าน 2 จังหวัดชลบุรีและระยอง

            ส่งผลโดยตรงต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์มีการขยายตัวโดยเฉพาะ “พัทยา” เป็นพื้นที่มีศักยภาพสูง ทำให้ผู้พัฒนาอสังหาฯ เร่งขยายการลงทุนยึดพื้นที่รับดีมานด์

            ชูรัชฏ์ ชาครกุล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ภาพรวมอสังหาฯ โซนชลบุรียังคงขยายตัวต่อเนื่อง โดย 3-4 ปี ที่ผ่านมา ประเภทแนวราบเปิดตัวโครงการใหม่ 1.2-1.4  หมื่นยูนิตต่อปี เป็นทาวน์โฮม 75-80%  บ้าน 20-25%

            ชลบุรี ยังมีโซนพัทยาที่เป็นเมืองท่องเที่ยว หรือเป็นทัวริสต์เดสติเนชั่น ดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามาในชลบุรีได้มาก มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าพัทยาปีละ 7-8 ล้านคน  ซึ่งโซนภาคตะวันออกมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยวสูง 30% ของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามาเที่ยวในไทยรวมไม่ต่ำกว่า 28 ล้านคนในปีก่อน ส่งผลให้เศรษฐกิจในชลบุรีขยายตัวอย่างมาก มีคนเข้ามาทำงานและต้องการที่อยู่อาศัยในโซนนี้มากซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเรียลดีมานด์ หรือเป็นผู้ที่ต้องการซื้ออสังหาฯ เพื่ออยู่อาศัย

            ทั้งนี้ ลลิลฯ มุ่งขยายโครงการพัทยาและพื้นที่ต่างจังหวัด โดยมั่นใจว่าพัทยาเป็นตลาดเรียลดีมานด์ที่แข็งแกร่ง ด้วยความเป็นเมืองท่องเที่ยวหลัก และจุดเชื่อมต่อแหล่งงานอุตสาหกรรมต่างๆของจังหวัดชลบุรี จึงมีการขยายตัวของตลาดที่อยู่อาศัยเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในหลายพื้นที่ ซึ่งตลาดอสังหาฯ จังหวัดชลบุรี อยู่ในอันดับ 2 รองจากกรุงเทพฯ และปริมณฑล

          “พัทยามีคู่แข่งไม่มาก ส่วนใหญ่เป็นผู้เล่นท้องถิ่นที่มีโครงการในมือรายละ 1-2 โครงการ ผู้เล่นที่มาจากกรุงเทพฯ มีน้อยราย คือ ลลิลฯ พฤกษาฯ และศุภาลัย ซึ่งลลิลฯ เป็น1ใน3ที่มีมาร์เก็ตแชร์โซนนี้มากสุด"

            โอกาสทางธุรกิจดังกล่าวบริษัทจึงได้เปิดตัวโครงการลลิล ทาวน์ แลนซีโอ นอฟ พัทยา เมื่อปลายปีก่อน เป็นโครงการบ้านเดี่ยว และทาวน์โฮม บรรยากาศรีสอร์ท รวม 243 ยูนิต มูลค่า 660 ล้านบาท สำหรับบ้านเดี่ยว ขนาดพื้นที่ใช้สอย 141-180 ตร.ม. ราคาขาย 2-5 ล้านบาท  ทาวน์โฮม พื้นที่ใช้สอย 110-130 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 1.79 ล้านบาท

            ลลิล ทาวน์ แลนซีโอ นอฟ พัทยา ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 35 ไร่ จำนวน 243 ยูนิต มีให้เลือกทั้งแบบบ้านเดี่ยวหลังใหญ่ บ้านเดี่ยวแนวคิดใหม่ และทาวน์โฮมหน้ากว้าง พื้นที่ใช้สอย 110-185 ตร.ม.ใกล้ถนนสุขุมวิท -พัทยากลาง

            ในช่วงไตรมาสแรกได้พรีเซลเฟสแรกและขายได้แล้วกว่า 40 ยูนิต คาดว่าจะเริ่มทยอยรับรู้รายได้ปลายไตรมาสแรก-ไตรมาส 2 โดยปีนี้บริษัทตั้งเป้าหมายยอดขายโครงการนี้ 200-250 ล้านบาท

            ขณะที่ภาพรวมช่วงไตรมาสแรกเปิดตัวแล้ว 2 โครงการ แบ่งเป็นโครงการในต่างจังหวัด 1 แห่ง  ในกรุงเทพฯ อีก 1 แห่ง มูลค่าโครงการรวม 1,350 ล้านบาท ขณะนี้้ทำยอดขายจากทั้ง 2 โครงการได้แล้ว 80-100 ล้านบาท

            ปีนี้บริษัทวางแผนเปิดโครงการใหม่ 8-10  โครงการ มูลค่ารวมกว่า 4,000 ล้านบาท เป็นสัดส่วนโครงการในกรุงเทพฯ 70%  ต่างจังหวัด 30% เตรียมงบซื้อที่ดิน 1,000 ล้านบาท ตั้งเป้าหมายยอดขาย 3,650 ล้านบาท  คาดมียอดโอน 3,100ล้านบาท

          ปีนี้ลลิลฯ ครบรอบธุรกิจปีที่ 30  จึงมองกลยุทธ์การทำตลาดแบบใหม่ที่เน้นการสร้างแบรนด์ “LALIN” ให้เป็นที่จดจำเพื่อการเติบโตยั่งยืน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้า 

            โดยเฉพาะ “ลลิล ทาวน์”  มีการปรับรูปแบบบ้านดีไซน์ใหม่ให้มีความทันสมัยมากขึ้น เพื่อตอบรับความต้องการของคนรุ่นใหม่ รวมถึงพัฒนาเป็นโครงการมิกซ์ยูส ที่มีความยืดหยุ่นสามารถตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้าในแต่ละทำเลที่เข้าลงทุนมากยิ่งขึ้น

ที่มาและภาพประกอบ : bangkokbiznews

25 ตุลาคม 2017