ศูนย์สุขภาพบูมเอกชนแห่ลงทุนเจาะสูงวัย-ตปท.

ศูนย์สุขภาพบูมเอกชนแห่ลงทุนเจาะสูงวัย-ตปท.

22 กันยายน 2017

ตลาดศูนย์ดูแลสุขภาพขยายตัวสูง รองรับ“เมดิคัลฮับ”ไทย มุ่งเจาะตลาดสูงวัย-ลูกค้าต่างประเทศ พบผู้ประกอบการโรงพยาบาล กลุ่มอสังหาฯแห่ลงทุนชิงกำลังซื้อ

กระแสการดูแลสุขภาพและจำนวนผู้สูงวัยที่ขยายตัวทั่วโลก ส่งผลให้ธุรกิจบริการและดูแลสุขภาพขยายตัวสูง รวมทั้งดึงดูดผู้ประกอบการเข้ามาชิงส่วนแบ่งในตลาดนี้มากขึ้น

นายศรัณยู ชเนศร์ รองประธานกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัทโรงพยาบาลกล้วยน้ำไท

นายศรัณยู ชเนศร์ รองประธานกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัทโรงพยาบาลกล้วยน้ำไท กล่าวว่าจากองค์ความรู้การดูแลสุขภาพของภูมิปัญญาไทยที่โดดเด่นในหลายด้าน โดยเฉพาะสมุนไพรต่างๆที่นำมาใช้รักษา บำบัดและดูแลสุขภาพ ที่ถือเป็นเทรนด์การพึ่งพาธรรมชาติที่ทั่วโลกสนใจและยอมรับมากขึ้น ถือเป็นปัจจัยสนับสนุนและยกระดับมาตรฐานประเทศไทย ให้ก้าวศูนย์กลางดูแลสุขภาพระดับโลก

ปัจจุบันมีหลายประเทศในภูมิภาคเอเชียแข่งขันโปรโมท“ฮับสุขภาพ”  เช่น เวียดนาม มาเลเซีย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ ที่มีรูปแบบบริการหลากหลาย เพื่อดึงดูดผู้ใช้บริการต่างชาติ เนื่องจากแต่ละประเทศมองว่าตลาดเกี่ยวกับศูนย์ดูแลสุขภาพมีโอกาสเติบโตต่อเนื่อง จึงต้องการเข้ามาชิงส่วนแบ่งในตลาดนี้

ตลาดศูนย์ดูแลสุขภาพในไทย มีผู้ประกอบการรายใหม่สนใจลงทุนต่อเนื่อง ล่าสุดกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ เห็นโอกาสการลงทุนในตลาดนี้เช่นกัน โดยกลุ่มอสังหาฯอาจมีจุดแข็งเรื่องการสร้างและออกแบบอาคารโรงพยาบาลและศูนย์สุขภาพต่างๆ ที่ควบคุมต้นทุนก่อสร้างได้ดี  

“ผู้เล่นที่เข้ามาแข่งขันมากขึ้น จะส่งผลดีต่อผู้บริโภค ทำให้มีทางเลือกเพิ่มขึ้น ขณะที่รายเดิมในตลาดต้องพัฒนามาตรฐานบริการและโปรแกรมการดูแลสุขภาพให้ดีและหลากหลายรับมือการแข่งขัน"

ปั้นศูนย์สุขภาพรับตลาดโต

นายศรัณยู กล่าวว่ากลุ่มบริษัทโรงพยาบาลกล้วยน้ำไท อยู่ระหว่างพิจารณาแผนลงทุนและพัฒนาโครงการศูนย์สุขภาพในเขตเมืองเพิ่มเติม หลังจากซื้อที่ดินไว้ช่วง 1-2 ปีก่อน คาดว่าจะเห็นความชัดเจนการลงทุนปีนี้ โดยแผนขยายงานครั้งนี้เพื่อต่อยอดและขยายบริการธุรกิจสุขภาพมากขึ้น ปัจจุบันมีโรงพยาบาลในเครือ 2 แห่ง คลินิก 11 แห่ง รวมถึงโรงเรียนฝึกพยาบาลและซีเนียร์ โฮม เฮลธ์แคร์

ส่วนศูนย์สุขภาพเดิมในเครือที่ตั้งอยู่ ปากช่อง-เขาใหญ่ จ.นครราชสีมา ขนาดที่ดิน 15 ไร่ ขณะนี้ใช้พื้นที่ไปแล้วกว่า 1 ใน 3 ล่าสุดได้ปรับเปลี่ยนชื่อศูนย์บริการสุขภาพ จาก Ozone Resort เป็น Ozone Health Resort  เพิ่มบริการที่สะท้อนถึงโปรแกรมการดูแลสุขภาพมากขึ้น โดยผสมสานทั้งการบริการและให้คำแนะนำด้านต่างๆ เช่น อาหาร การออกกำลังกาย การแก้ไขปัญหาโรคต่างๆ  โปรแกรมฝึกสมาธิเพื่อลดความเครียดและผ่อนคลายจิตใจ ที่จะช่วยปรับสมดุลร่างกายจากภายในสู่ภายนอกรวมถึงปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวันให้เหมาะสมกับแนวทางดูแลสุขภาพมากขึ้น

รุกเจาะตลาดสูงวัย-ต่างชาติ

นอกจากนี้ยังมีโปรแกรมการบริการและดูแลสุขภาพผู้สูงวัยที่มีจำนวนเพิ่มขึ้น เพื่อเรียนรู้วิธีปฏิบัติและรักษาโรคประจำตัวของแต่ละบุคคลมากขึ้น โดยศูนย์ฯได้เตรียมทีมแพทย์ และผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพให้คำแนะนำการดูแลตนเองอย่างถูกวิธี 

 ภาพรวมผู้ใช้บริการที่ Ozone Health Resort ปัจจุบันยังเป็นคนไทย 100% มีอัตราการเข้าใช้บริการกับทางศูนย์ฯ เฉลี่ย100 -200 คนต่อเดือน คิดเป็นสัดส่วนการเข้าใช้บริการซ้ำ 20 -30%

อย่างไรก็ตามหลังจากทำตลาดกับผู้ใช้บริการภายในประเทศครบ 1 ปีแล้ว ศูนย์ฯมีแผนจะประชาสัมพันธ์และทำตลาดกลุ่มผู้ใช้บริการต่างชาติมากขึ้น โดยเฉพาะตลาดประเทศเพื่อนบ้าน ในกลุ่มผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อสูง ที่หันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น เช่น ลาว เมียนมา ที่นิยมเดินทางมาใช้บริการเฮลธ์แคร์ ตรวจรักษาสุขภาพกับโรงพยาบาลในไทย

ยันฮีผุดโครงการดูแลสูงวัย

นพ.สุพจน์ สัมฤทธิวณิชชา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลยันฮี กล่าวว่าตลาด“เมดิคัลฮับ”ในไทยยังมีศักยภาพขยายตัวอีกมาก จากเทรนด์ดูแลสุขภาพในกลุ่มผู้บริโภคทุกวัย ที่ปัจจุบันมีแนวคิดป้องกันการเกิดโรคกันมากขึ้น ส่งผลให้ธุรกิจการบริการด้านสุขภาพเติบโตต่อเนื่อง มีทั้งผู้ประกอบการรายเดิมขยายบริการและรายใหม่เข้ามาลงทุนให้บริการมากขึ้น

นพ.สุพจน์ สัมฤทธิวณิชชา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลยันฮี

ปัจจุบันตลาดต่างประเทศแข่งขันยกระดับมาตรฐานการบริการเพื่อสุขภาพ ชูจุดขายเครื่องมือทางการแพทย์ทันสมัย เช่น เกาหลีใต้ ดึงแพทย์จากต่างประเทศ ทั้งสหรัฐ อังกฤษ เข้ามาให้บริการ สร้างการรับรู้และยกมาตรฐานการบริการเจาะลูกค้าต่างชาติ หรือ อินเดีย ที่ชูจุดขายอัตราค่ารักษาบริการต่ำกว่าประเทศอื่นๆ  สำหรับโรงพยาบาลยันฮี ใช้จุดแข็งด้านศัลยกรรมความงามครบวงจร 

ทางด้านแผนลงทุนศูนย์บริการผู้สูงวัย ที่บางเลน จ.นครปฐม ขณะนี้อยู่ระหว่างออกแบบอาคาร ซึ่งต้องใช้ระยะเวลา 1 ปี เพื่อนำไปขอยื่นแบบก่อสร้างอาคาร ล่าสุดโรงพยาบาลได้ใช้งบลงทุนกว่า 60 ล้านบาทสร้างเนอร์สซิ่งโฮมสำหรับผู้สูงวัย ชื่อ“ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ยันฮี” จำนวน 60 เตียง โดยได้ซื้อที่ดินร้านอาหาร ขนาด 1,200 ตร.ม.ที่ตั้งอยู่ใกล้โรงพยาบาลยันฮี มาปรับปรุงและพัฒนาสร้างศูนย์เนอร์สซิ่งโฮมในกรุงเทพฯก่อน 

 โดยโรงพยาบาลมีผู้สูงวัยที่ต้องดูแลอยู่แล้วกว่า 20 เตียง และจะให้บริการโดยทีมแพทย์และเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลเข้าไปดูแล เริ่มเปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบในเดือน พ.ค.นี้

ปัจจุบันมีผู้ประกอบการเข้ามาในตลาดดูแลสุขภาพมากขึ้น มองว่าจะช่วยส่งเสริมและยกระดับบริการสู่มาตรฐานสากล สร้างความเชื่อมั่นให้ต่างชาติเข้ามาใช้บริการในไทยมากขึ้น

 

ที่มาและภาพประกอบ : bangkokbiznews

22 กันยายน 2017