แต่งตัวไปกู้: การกู้ร่วม

แต่งตัวไปกู้: การกู้ร่วม

01 กันยายน 2014

กู้คนเดียวไม่ผ่าน สำหรับผู้กู้ที่ต้องการซื้อบ้าน แต่เมื่อไปยื่นขอกู้จากสถาบันการเงินผลปรากฏว่าไม่ผ่านการอนุมัติ ถ้าหากผลการปฏิเสธเป็นเพราะรายได้ไม่เพียงพอกับเกณฑ์การผ่อนชำระ ก่อนอื่นต้องทราบหลักเกณฑ์โดยทั่วไปในการพิจารณาเกณฑ์การผ่อนชำระ ถ้าเป็นกรณีอาชีพโดยทั่วไปรายได้ควรต้องไม่น้อยกว่าสามเท่าของอัตราผ่อนชำระ หมายความว่าอัตราการผ่อนชำระไม่ควรเกิน 35% ของรายได้ผู้กู้ แต่ถ้าเป็นอาชีพที่มีรายได้มั่นคงพิเศษ เช่น อาชีพแพทย์ จำนวนเปอร์เซ็นต์ก็เพิ่มขึ้นได้อีก 5-15% เป็นต้น

แต่การถูกปฏิเสธให้กู้อาจไม่ใช่เพียงเพราะรายได้ไม่เป็นไปตามเกณฑ์ แต่อาจเนื่องจากคุณสมบัติผู้กู้เอง เช่นอายุมากกว่าจำนวนปีที่ขอกู้ ซึ่งเมื่อผ่อนชำระแล้วจะเกินกว่าเกณฑ์ที่กำหนด เช่น เกินกว่า 60-65 ปี ถ้าไม่ลดจำนวนปีที่กู้ลงก็ต้องเพิ่มจำนวนผู้ขอกู้ร่วมขึ้นอีก หรือบางครั้งอาชีพผู้กู้ไม่สามารถยืนยันรายได้ที่แน่นอนได้ ก็ต้องเพิ่มผู้กู้ที่มีรายได้ประจำแน่นอนมากขึ้น

กู้ร่วมช่วยให้ผ่านแน่หรือ โดยทั่วไปถ้าผู้กู้สามารถผ่านหลักเกณฑ์เป็นผู้กู้คนเดียวได้แล้ว สถาบันการเงินก็จะยินดีให้กู้เดี่ยว ถึงแม้หลักการหากมีผู้กู้ร่วมมาเพิ่มย่อมเป็นการดีทำให้ลดความเสี่ยงได้มากขึ้น เพราะมีผู้ร่วมชำระหนี้มากขึ้น สองหัวย่อมดีกว่าหัวเดียวถูกต้องครับ แต่สถาบันการเงินก็จำต้องคำนึงถึงความมีส่วนร่วมต่อการกู้ หรือการมีประโยชน์ร่วมของผู้กู้ร่วมด้วย เพราะมิฉะนั้นแล้วก็จะมีปัญหาในภายหลังได้ หากผู้กู้ร่วมไม่ได้มีส่วนร่วมอย่างแท้จริง

ความจำเป็นต้องมีผู้กู้ร่วม สถาบันการเงินจะพิจารณาเหตุผลและความจำเป็นของการมีผู้กู้ร่วมได้ในกรณีต่าง ๆ ดังนี้

  • รายได้และคุณสมบัติไม่เพียงพอ มักจะให้เพิ่มผู้กู้ได้ในกรณีที่มีส่วนร่วมในการใช้ประโยชน์ เช่น อยู่อาศัยในบ้านที่ซื้อนั้น หรือเป็นญาติพี่น้อง พ่อแม่ลูก แต่อาจมีบางกรณีคือเป็นเพื่อนเพศเดียวกันอาจจะเป็นทอมกับดี้ หรือเกย์กับเกย์ ซึ่งประเด็นนี้ในยุคก่อนๆ ก็มักจะพิจารณาปฏิเสธ แต่ปัจจุบันเงื่อนไขดังกล่าวอาจลดน้อยไป เพราะจำนวนคู่รักที่อยู่ด้วยกันมีความสัมพันธ์ที่ดีมากขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยที่พอยอมรับได้
  • การเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในบ้าน ในบางกรณีสามีหรือภรรยาหรือญาติพี่น้องต้องการมีกรรมสิทธิ์ในบ้าน แต่รายได้อาจไม่แน่นอนก็อาจจำเป็นให้กู้ร่วม หรือในกรณีเป็นสินเชื่อสวัสดิการขององค์กร/บริษัทที่มีเงินช่วยเหลือชำระดอกเบี้ยให้บางส่วนของเงินกู้ โดยผู้ขอใช้สวัสดิการต้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ ก็จำเป็นต้องกู้ร่วมด้วย
  • กรณีสามีเป็นชาวต่างชาติ ภรรยาเป็นคนไทย ซึ่งชาวต่างชาติไม่สามารถถือกรรมสิทธิ์ได้ แต่ตนเองมีรายได้ก็จำเป็นต้องกู้ร่วมกับภรรยา ซึ่งเป็นแม่บ้าน ไม่มีรายได้โดยตรง โดยภรรยาเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ก็จำเป็นต้องกู้ร่วม
  • กรณีเป็นผู้ค้ำประกัน ในบางกรณีที่ผู้ประกันรับประกันผู้กู้หลัก รวมถึงอาจถือกรรมสิทธิ์ร่วม จะให้เข้าร่วมเป็นผู้กู้ร่วม ซึ่งเป็นในกรณีนายจ้างเป็นผู้รับประกันให้ลูกจ้าง เป็นต้น

การกู้ร่วมถ้าหากมีผลประโยชน์ร่วมจะเป็นการลดความเสี่ยงในสินเชื่อได้ แต่ถ้าการกู้นั้นเพียงนำชื่อมาเป็นผู้กู้ร่วมเฉยๆ โดยไม่มีส่วนใดๆ อาจนำมาซึ่งปัญหาในการผ่อนชำระได้ หากต่อไปเกิดปัญหาในความสัมพันธ์ใดๆ ของผู้กู้ร่วม

ข้อมูลจาก:
นิตยสารโฮมบายเออร์ไกด์ เชียงใหม่ ฉบับเดือนกันยายน 2557
08 เมษายน 2016