แต่งตัวไปกู้ : รายได้วิชาชีพอิสระ-ทางออกหลัก(7)

แต่งตัวไปกู้ : รายได้วิชาชีพอิสระ-ทางออกหลัก(7)

01 เมษายน 2013

นอกเหนือรายได้ของมนุษย์เงินเดือน  ที่เป็นทางออกหลักจากหนี้รายนั้นแล้ว ยังมีอาชีพที่ต้องใช้ความรู้ความชำนาญเป็นพิเศษโดยไม่ต้องสังกัดบริษัท ห้างร้าน องค์กรใดๆ โดยเป็นการประกอบอาชีพอิสระ ซึ่งบางครั้งก็กึ่งอิสระกึ่งสังกัดบริษัท องค์กรได้เช่นกัน การติดต่อสถาบันการเงิน จึงมีขั้นตอนและเอกสาร ตลอดจนแนวการเสนอแตกต่างกันไป

วิชาชีพอิสระ คือวิชาชีพที่ต้องมีการให้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพโดยองค์กรของรัฐ เพื่อรับรองความรู้ความชำนาญเฉพาะด้าน ได้แก่ วิชาชีพแพทย์ ทันตแพทย์ สัตวแพทย์  วิศวกร  สถาปนิก ผู้สอบบัญชี เป็นต้น  ซึ่งในการประกอบอาชีพดังกล่าว ส่วนใหญ่จะมีการลงทุนด้วยตัวเอง หมู่คณะ หรือจัดตั้งบริษัทก็ได้

วิชาชีพแทพย์ ทันตแพทย์ สัตวแพทย์ เป็นกลุ่มวิชาชีพที่สถาบันการเงินทุกแห่ง ให้ความเชื่อถือ โดยถือเป็นอาชีพที่มีความเสื่ยงในการเป็นหนี้มีปัญหาน้อยที่สุด และเป็นอาชีพที่สามารถหารายได้ได้มาก เพราะการดูแลรักษาสุขภาพยังเป็นความจำเป็นสูงสุดของการดำรงชีวิตของมนุษย์ทุกคน  โดยสถาบันการเงินจะเสนอเงื่อนไขที่ดีที่สุด ไม่ว่าในการให้กู้เพื่อสถานที่ประกอบการคลินิก  การให้กู้เพื่อเป็นเงินหมุนเวียนในกิจการ ซื้อเครื่องมือแพทย์และอื่นๆ ในบางประเภทก็ไม่ต้องมีหลักประกัน หรือใช้ผู้ค้ำประกันที่ประกอบวิชาชีพแพทย์เหมือนกันค้ำประกัน การให้อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่จูงใจ  ตลอดจนเงื่อนไขสินเชื่อที่ดี ก็ทำให้โอกาสผู้ประกอบวิชาชีพนี้  ได้รับการยอมรับเป็นอย่างดีจากสถาบันการเงินทุกแห่ง

ในการที่ลูกหนี้และเจ้าหนี้ไม่สามารถออกจากการเป็นหนี้เงินกู้ของกลุ่มอาชีพแพทย์ได้ คือการใช้เงินผิดวัตถุประสงค์  เพราะสามารถกู้ได้ง่าย สถาบันการเงินให้ความเชื่อถือจึงอาจไม่ได้ตรวจสอบความต้องการที่แท้จริงได้ จึงทำให้เกิดนำเงินไปลงทุนในประเภทอื่นๆ เช่น ลงทุนในหุ้น ทองคำ ฟิวเจอร์ อสังหาริมทรัพย์ ฯลฯ ซึ่งมีความเสี่ยงค่อนข้างมาก ในภาวะตกต่ำก็ทำให้กระทบกับรายได้ประจำที่จะชำระหนี้คืนได้

วิชาชีพอิสระอื่นๆ ได้แก่ วิศวกร สถาปนิก ผู้สอบบัญชี ทนายความ วิชาชีพอิสระอื่นๆ ส่วนใหญ่จะขึ้นอยู่กับประสบการณ์ ชื่อเสียงในวงการวิชาชีพ ลูกค้าที่ให้บริการ และบางขณะภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำหรือรุ่งเรืองก็มีส่วนทำให้รายได้หดหาย หรือเพิ่มพูนได้

ในช่วงที่ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ เช่น ฟองสบู่ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ หรือวิกฤตต้มยำกุ้ง อาชีพที่ถูกกระทบมากมาก่อนอันดับแรกคือ สถาปนิกสร้างบ้าน เพราะไม่มีใครต้องการสร้างบ้าน ต่อมาคือวิศวกรผู้ควบคุมงานสร้าง งานก็หดหาย แต่อาชีพที่รุ่งเรืองในภาวะฟองสบู่อสังหาฯ ก็คืออาชีพทนายความ ที่ยิ่งมีหนี้มีปัญหามาก ก็ทำให้ต้องฟ้องร้องคดียึดทรัพย์มาก รายได้ก็เพิ่มพูน เป็นต้น

การแสดงหลักฐานรายได้ นอกเหนือจากใบอนุญาตประกอบวิชาชีพแล้ว การแสดงรายได้ โดยมีสเตทเมนต์การเดินบัญชีกับธนาคาร ประเภทลูกค้าและจำนวนการใช้บริการ อัตราค่าบริการ ประสบการณ์การทำงาน เพื่อยืนยันแหล่งที่มาของรายได้ที่เกิดจริง จะเป็นส่วนสำคัญในการแสดงหลักฐานของรายได้ เพื่อประกอบการพิจารณา 

ข้อมูลจาก:
นิตยสารโฮมบายเออร์ไกด์ เชียงใหม่ ฉบับเดือนเมษายน 2556
07 เมษายน 2016