"FOREST CITY" แลนด์มาร์คแห่งใหม่ในอาเซียน

"FOREST CITY" แลนด์มาร์คแห่งใหม่ในอาเซียน

20 กันยายน 2017

ปัจจุบันมีการก่อสร้างโครงการอสังหาริมทรัพย์ ด้วยการถมทะเลสร้างเกาะขึ้นมาใหม่ หนึ่งในโครงการที่ลงทุนมากที่สุดในโลก ด้วยมูลค่ามากกว่า 3.5 ล้านล้านบาท ในระยะห่างจากกรุงเทพฯเพียง 1,800 กม. ชื่อว่า “Forest City” เชื่อว่าคนไทยจำนวนมาก คงได้แต่ถามว่า ไม่เห็นเคยได้ยิน หรือ สร้างที่ไหน?

 

“Forest City” ตั้งอยู่ที่รัฐโจโฮบารู ประเทศมาเลเซีย เมืองที่อยู่ติดกับสิงคโปร์ Forest City ถูกออกแบบมาให้มีอยู่ทั้งหมด 4 เกาะ โดยแต่ละเกาะมีการแบ่งพื้นที่การใช้งานดังนี้

  • เกาะหนึ่ง อุตสาหกรรมไฮเทค, ย่านธุรกิจ, ที่พักที่อาศัย, ช้อปปิ้งมอลล์, สนามเด็กเล่นและสถานีรถไฟความเร็วสูง
  • เกาะสอง ย่านใจกลางธุรกิจสำคัญ, สถานที่ท่องเที่ยวที่พักอาศัย, สวนสาธารณะขนาดใหญ่, โรงพยาบาลและท่าเรือเฟอรี่
  • เกาะสาม และ สี่ เขตปลอดภาษี, โรงแรม, ศูนย์ประชุมและจัดแสดงขนาดใหญ่

3 Layers City

F1 - ทางเท้า, ขนส่งมวลชน
ทางเท้า, ทางจักรยาน, สวนสาธารณะ และสถานีระบบขนส่งมวลชน แม้เกิดเหตุสึนามิก็ปลอดภัยจากการยกระดับสูงขึ้นจากน้ำทะเลกว่า 30 เมตร

B1 - ถนนสัญจร
ถนนสำหรับรถยนต์, มอเตอร์ไซด์ โดยการแยกถนนลงมาอยู่คนละระดับการทางเท้า ทำให้คนเดินได้อย่างปลอดภัย

B2 - จอดรถยนต์
แยกลานจอดรถลงมาชั้นล่างสุด คือ การบริหารความเสี่ยง หากเกิดภัยธรรมชาติขั้นรุนแรง ก็ให้ส่วนที่อยู่อาศัยมีความเสี่ยงน้อยที่สุด และให้ความเสียหายเกิดกับชั้น B2 ซึ่งมีความหนาแน่นของคนน้อยที่สุด

 

Forest City เมืองที่กำลังสร้างด้วยการถมทะเล บริเวณรัฐ โจโฮบารู ประเทศมาเลเซีย ติดกับสิงคโปร์ ถูกออกแบบมาบนพื้นฐานความคิดที่ใส่ใจเรื่องสภาพแวดล้อม และการนำพลังงานจากธรรมชาติมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ดังนี้

  • การเก็บกักน้ำฝนไว้ใต้ดิน ไม่ว่าน้ำฝนที่ตกโดยตรงหรือไหลลงมาจากตัวอาคาร
  • ตัวอาคารที่ถูกออกแบบให้ลกหลั่นแบบขั้นบันได ช่วยสร้างร่มเงาให้แก่ตัวอาคารในส่วนอื่น
  • ลักษณะอาคารที่มีส่วนสูงต่ำคล้ายภูเขามีส่วนทำให้เกิดการถ่ายเทของลมได้ดีขึ้นรวมถึงลมร้อนที่ผ่านพื้นที่สีเขียวเป็นการลดอุณหภูมิลง
  • ปลูกต้นไม้บริเวณระเบียงภายนอกอาคาร ช่วยลดอุณหภูมิพื้นผิวทั้งยังสร้างทัศนียภาพสีเขียวอีกด้วย

 

Security System

 

รักษาความปลอดภัยด้วยกล้อง CCTV ในส่วนสำคัญต่างๆ โดยมีศูนย์กลางควบคุมคอย monitor ตลอด 24 ชม.

 

ควบคุมการเข้าออกด้วยระบบสแกนนิ้วมือ ที่จะแสดงข้อมูลส่วนบุคคล ชื่อ อาชีพ ที่อยู่ ข้อมูลติดต่อ และอื่นๆ

 

ด้วยความที่เป็นเกาะที่ถูกถมขึ้นมาใหม่ พื้นที่ริมฝั่งจึงถูกออกแบบตามลักษณะการใช้งานที่หลากหลาย

ทั้งนี้ด้วยการร่วมมือกันของหลายบริษัท ภายใต้แนวคิด ‘ผสมผสานธุรกิจเข้ากับชีวิตเมือง’ และ ‘นวัตกรรมสำหรับชีวิตเมือง’ และด้วยเป้าหมายที่ชัดเจนและมีจุดโฟกัสที่จะดึงดูด 8 คลัสเตอร์ของกลุ่มอุตสาหกรรม ได้แก่

1. การท่องเที่ยวและการประชุมสัมมนา
2. ธุรกิจสุขภาพ
3. การศึกษา และการฝึกอบรม
4. สำนักงานใหญ่ประจำภูมิภาค
5. ธุรกิจการเงิน
6. บริการด้านอีคอมเมิร์ซที่ดำเนินธุรกิจในอาเซียน
7. ศูนย์บริการและแอปพลิเคชั่นสำหรับเทคนิคใหม่ และ
8. ธุรกิจเกี่ยวเนื่องอื่นๆ

หากโครงการแล้วเสร็จ Forest City จะเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของภูมิภาคตะวันออกเฉียงใต้ จะเป็นแหล่งที่พักอาศัย, ท่องเที่ยว หรือแม้กระทั่งแหล่งสินค้าปลอดภาษี ถือว่าเป็น Medical Hub ที่ใหญ่ที่สุดในโลก และจะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกได้อย่างมากแน่นอน

 

 

เขียนโดย: ตุลย์ เล็กอุทัย / Tul Lekutai

สถาปนิก, Life&Design คอลัมนิสต์หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์, ศิลปินนักวาดบทสนทนาเป็นภาพ (Graphic Recorder), ผู้ร่วมก่อตั้งสำนักงานออกแบบ Deco Moda Studio, กรรมการบริหาร (IFVP) International Forum of Visual Practitioners ประเทศสหรัฐอเมริกา, อดีตนายกสมาคมศิษย์เก่าคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, ผู้ก่อตั้ง "แซงซ้าย" Graphic Recording Team

Contact info:
[email protected]
www.deco-moda.com
www.picturestalk.net

ภาพประกอบ : forestcityjohor

 

27 กันยายน 2017